ยินดีต้อนรับสู่... เว็บไซต์เพื่อการศึกษา "ประวัติตำบลขุนทอง"
หมู่บ้าน
โรงเรียนใกล้บ้าน
                                  ลำนำเพลง            
                                
        ๑.บ้านโคกสี บ้านขุนทอง บ้านเกล็ดลิ้น บ้านหนองหิน
                               ทำนองเพลง ทะเลใจ ของคาราบาว 
บ้านโคกสีนามเดิมนามว่าหนองเกล็ดลิ้น 
เป็นถิ่นที่ผู้คนได้อาศัย 
เมื่อเวลาผันเปลี่ยนตัวลิ้นก็สูญหาย 
ทิ้งเอาไว้เพียงนามให้จดจำ 
มีอาณาเขตกว้างจึงได้เปลี่ยนคำนำ 
เพิ่มกำลังผู้คนแตกขยาย 
จากตำบลแก้งก็เป็นด่านช้างไป 
แล้วแยกออกไปได้เป็นขุนทอง 
*** โคกสีนามนี้ที่ยิ่งใหญ่ ***
นามนี้ไซร้แยกไปได้ขุนทอง 
มีพ่อขุนทองดวงเป็นผู้ครอง 
มีความสุขใจไม่ยากเย็น 
โคกสีคำนี้ไม่เพ้อฝัน 
มีหมู่บ้านมากมายรายล้อมกัน 
แยกโคกสีเป็นเกล็ดลิ้นนั้นโดยพลัน 
อีกหนองหินกั้นกลางหนองน้ำใหญ่ 
น้ำทุกน้ำล้วนมีความดีและความหมาย 
รวมแหล่งหญิงชายได้ร่มเย็น 
เป็นแหล่งที่เกิดชุมชนไม่ลำเค็ญ 
ทุกๆคนก็แต่ความสุข
 
        ๒.บ้านหนองหว้า
                         ทำนองเพลงเมื่อไหร่จะพอ ของ เดือนเพ็ญ  อำนวยพร
พวกเราต้องรู้   ตำบลขุนทอง   สิบสองหมู่บ้าน 
และหนึ่งในนั้น   ประวัตินมนาน  เป็นร้อยกว่าปี 
ต้นหว้าเอน เฉย เฉย     ข้างข้างหนองน้ำใหญ่ 
เพราะถึงนามนัย  เป็นหนองหว้าเอนไปไหวดี 
ทำไรก็แล้ว    ทำนาก็แล้ว    สมบูรณ์เป็นต่อ 
พอเพียงนี้หนอ  นำร่องตำบล  ของชาวขุนทอง 
จึงได้แต่ภาวนา    ให้คงเห็นค่าความดี 
ที่ทำเต็มที่      เพราะยังมีความเป็นไทย 
บ้านนี้หนอ  อีกไม่พอประเพณี 
บั้งไฟนี้สิ  แบ่งปันกันดี  บ้านนี้เอาเรื่อง 
สุขจนพอ  คนขุนทอง   สุขอย่างนี้ 
กีฬาดีๆ เสพติดไม่มี  มาให้กวนใจ 
อยากให้ช่วยคิด   ต้านยาเสพติดขึ้นได้ 
กีฬาให้มีน้ำใจ  เส้นชัยไม่มีน้ำตา 
ผู้นำคนนี้  ว่านั้นคือนายเขียว  กลางชาติคนแรก 
เขาได้เหน็ดเหนี่ยว  เพราะรักงานจึงทำเรื่อยมา 
หากดูที่จิตใจ  ยิ่งใหญ่กว่าใดๆหนา 
ถ้าเสียเวลา ก็ยอมเพราะความหวังดี
 
        ๓.บ้านโสกงูเหลือม
                 ทำนองเพลงตราบธุลีดิน ของ ของPMC (ปู่จ๋าน ลองไมค์) Chordza
 
บ้านโสกงูเหลือมนี้    อยู่ 77 ปี   อพยพมาจากบ้านวังเลา
ตอนแรกตั้งครอบครัว  ที่นาของตนเอง  จากเสร็จหน้านา  จึงย้ายมาตั้งหมู่บ้านใหม่ 
ไม่มีถนน  ในหมู่บ้านของเขา  มีป่ารกร้างและสัตว์อาศัยอยู่ 
ชาวบ้านช่วงนั้นต่างคนต่างอยู่  จับจองที่ปลุกบ้าน  ที่ทำกินตามใจ 
**ชื่อหนองตะโกวา เป็นชื่อก่อนหน้านั้น จนปัจจุบันเป็นชื่อโสกงูเหลือม
ที่มาของชื่อนี้  คือมีห้วยขนาดใหญ่  ซึ่งเริ่มไหลมา  จากหนองหลวง 
ลงสู่อ่าง (ซ้ำ ) จึงทำให้เกิดโสก เพราะน้ำมันไหลวน
จนทำให้เกิดมีหลุมลึก  ตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก 
สองฟากฝั่งนั้นของลำห้วย  มีหญ้าเกิดขึ้นมากมาย 
จะเป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย  ทั้งงูเหลือมที่มาอยู่ 
จึงพากันเรียกชื่อหมู่บ้าน  ว่าห้วยงูเหลือมตามกันมา 
หลังจากนั้นมาก็มีการเปลี่ยน  เรียกโสกงูเหลือมในที่สุด 
จนใช้มาจนถึงปัจจุบัน ราษฎรนั้นย้ายมาอยู่
เป็นหมู่บ้านที่ดี  และอยู่แล้วอบอุ่นใจ
ชาวบ้านก็มีแต่น้ำใจ  อยากเชิญท่านไปเยี่ยมชม
 
        ๔.บ้านหนองโดน
                         ทำนองเพลงทะเลใจ ของคาราบาว
บ้านหนองโดนตั้งเมื่อ ปี 2453 
ผู้เริ่มมาก่อตั้งนั้นคือแม่ดา 
ล้วนเดินทางมาจากร้อยเอ็ดนั้นละหนา 
สร้างบ้านมาได้จนถึงทุกวัน
นามของบ้านนี้ตั้งขึ้นโดยยึดเอาหลัก 
ซึ่งมีกระโดนใหญ่อยู่ริมหนอง
และมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกชื่อนายแดง 
คอยปกครองหนองโดนให้เป็นสุข 
ต่อมาได้เกิดโรคระบาด 
ทำให้ผู้คนหวาดระแวงกลัว 
อพยพโยกย้ายกันทั้งครอบครัว 
ไปสร้างเนื้อสร้างตัวที่ด่านช้าง
เพียงไม่กี่ครอบครัวที่ผูกพัน
อยู่ด้วยกันช่วยพลิกฟื้นคืนหนองโดน 
จนพ้นภัยจากโรคร้ายได้ทุกคน 
กลายมาเป็นหนองโดนในปัจจุบัน
 
        ๕.บ้านโคกสว่าง
                        ทำนองเพลงเดือนเพ็ญ ของ คาราบาว
 
บ้านเรา ยามเย็น โคกสว่าง ขุนช้างแหล่งรวมเลี้ยงช้าง 
มิมีเลือนราง เมื่อผ่านผันมา 
เมื่อพื้นที่ ไม่มีป่า  หมู่ช้างถิ่นที่อยู่มา หันเหเข้าป่า   บ้านเฮือนที่เคยเนาว์ 
สรงน้ำ หลวงพ่อทุกปี คงยังยึดประเพณี 
บนพนมดีให้เราชื่นใจ 
โคกคือเนินเสริมเข้า ความเชื่อของคนหมู่เรา 
ให้พี่น้องเรา นอนหลับอุ่นสบาย 
โบยบิน   โคกสูงเสียดฟ้า  พนมดีที่เฝ้าหา 
ลมพัดนำพา  แหล่งความชื่นกาย 
ข้าคำมะ ไม่ดูดาย จัดงานเพื่อชาวหญิงชาย 
กีฬามากมาย ให้เราหวนหา 
ชื่อเอย  เป็นโคกสว่าง  เป็นรักจาก 
ชาวหมู่บ้าน ของถิ่นนี้หนาเป็นชาวขุนทอง 
ให้รุ่นหลังรู้ค่า บรรพชนที่ร่วมสร้างมา
ไม่น้อยหน้าหนา  เป็นหมู่บ้านเรา
 
        ๖.บ้านโคกกลาง
                        ทำนองเพลง รักเดี่ยว ของ พงสิทธิ์ คำภีร์
บอกให้รู้ไว้ หนึ่งเดี่ยวในขุนทอง 
เป็นเขตปกครอง ชื่อบ้านโคกกลาง 
คนชื่อพันนี้ เขาเป็นผู้นำ 
ผู้ใหญ่บ้านไง โอ๊ย... เคยรู้บ้างไหม 
บ้านนี้มาได้ไง จากอีสานไซร้ รวมบ้านโคกกลาง 
ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคามไง แผ่นดินยิ่งใหญ่ โอ๊ย....... 
มาได้มาได้มาได้ มาก่อตั้งบ้านโคกกกลาง 
มาได้มาได้มาเป็นบ้านจนสมใจ 
เป็นที่ราบสูง ที่ลุ่มดอนๆ 
อยู่อย่างสุขจริงไม่เดือดร้อนใคร 
นายพ่อพันนี้ มีความตั้งใจ 
เป็นคำหน้าไง เติมคำโคกไป 
ส่วนคำว่ากลาง กั้นกลางระหว่างเมือง 
แก้งสนามนาง บัวลาย และบัวใหญ่ รวมเป็นบ้านใหม่
มาได้มาได้มาได้มาเป็นหนึ่งในขุนทอง 
มาได้มาได้มาได้มาเป็นสิ่งที่สมใจ
 
        ๗.บ้านดอนคนทา
              ทำนองเพลงห้องนอนฟรายเดย์ไนท์ทูซันเดย์ (Friday Night to Sunday) 
 
ลองมองย้อนไปในปี2464
ลองคิดทบทวนเรื่องราวที่เราเคยผ่าน 
บ้านดอนทา  ได้ตั้งขึ้นมา 
พ่อทาเป็นผู้ก่อตั้งเอาไว้ไง 
เดิมอพยพมาจากสารคาม 
การตั้งชื่อบ้านยึดเอาต้นคนทาเป็นหลัก
ซึ่งจะมีอยู่มากบริเวณหมู่บ้าน 
ชื่อนั้นเรียกมาจนถึงปัจจุบัน 
ผู้ใหญ่บ้านคนแรกนั้นก็คือ 
นายยอด หมั่นกลาง ให้เป็นใหญ่ 
ปกครองด้วยความจริงใจ อุปสรรคใดๆไม่มีอีกแล้วหมดไป 
มาจนถึงวัน 
เริ่มพัฒนาบ้านให้ยิ่งใหญ่ 
มีศูนย์ปฏิบัติธรรมยึดเหนี่ยวใจ 
ทุกทุกสิ่งและทุกทุกอย่าง 
มีอยู่ที่ดอนคนทานี้ 
หลวงพ่อทอนไงที่เรารู้จัก 
คนมาสักการะอย่างมากมาย 
เป็นเจ้าคณะตำบลนั้นไง 
แวะไปกราบไหว้เจดีย์ท่าน
 
        ๘.บ้านเพียไซย์
                        ทำนองเพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ ของป้าง นครินทร์
 
บ้านเพียไซย์ผู้มาก่อตั้งกลุ่มแรก 
คือกลุ่มของพ่อบุญ พ่อฉ่ำ พ่อก้อน 
ที่เลือกมาตั้งตรงนี้เพราะเห็นว่าทำเลดีกว่าที่ใด 
แน่ใจแล้วจึงอพยพเข้ามา 
มียายตาลูกหลานผู้คนมากมาย 
พื้นที่ในเขตนี้ล้วนสมบูรณ์ดีหนักหนา 
จนก่อเกิดมาเป็นชุมชนนี้ไง 
เพียไซย์มีต้นไทรต้นใหญ่ 
ที่ริมหนองนั้นไงได้โดนทำลายไปแล้ว 
ผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือนายน้อม
พัฒนาเพียไซย์ให้ยิ่งใหญ่แน่แท้ 
ตั้งแต่ย้ายมาเพียไซย์นั้นช่างสุขใจเหลื่อเกิน 
ขอร้องให้เธอมาเดินเที่ยวชมด้วยกัน 
เธอจ๋าถ้าลองมาเธอก็คงรับได้ 
พี่ไม่เคยหลอกใคร มาเมื่อไรแล้วเธอจะรักเลย
 
        ๙.บ้านหญ้าคา
                       ทำนองเพลงแสงสุดท้าย บอดี้แสลม
บ้านแยกออกมาจากบ้านเพียไซย์ 
เดิมมีชื่อเรียกว่าโนนหญ้าคา 
ในอดีต ป่าไม้ มีหญ้าคาขึ้นเต็มที่ตรงนี้ 
ไม่มีต้นไม้อย่างอื่นแต่อย่างใด 
ถ้าใครจะเข้าไปต้องบุหญ้านี้ 
จนได้ชื่อ หมู่บ้าน บุหญ้าคาจนติดปากกันไง 
จนต่อมาคำว่า บุได้เพี้ยนไป เหลือคำนี้ นั้นคือหญ้าคาไง 
ตั้งแต่นั้นเริ่มมา จึงใช้กันไปจนถึงปัจจุบัน 
ผู้มาก่อตั้งบ้านเป็นคนแรก มีถิ่นกำเนิดที่อำเภอเนินสูง โดยมาอยู่เพียไซย์ โดยมีชื่อเรียกว่านางฮึม 
ต่อมานายแดงอพยพมาตั้ง ที่อยู่และเป็นผู้ที่น่านับถือ จนพวกชาวบ้านนี้ เชื่อและเคารพบูชากัน
สาระน่ารู้ทั่วไป
ผู้จัดทำ


ผู้แต่ง นางสุภาพร อุ่นประชา